Featured

    Featured Posts

    Social Icons

Loading...

พระธัมมชโยป่วยจริง! อาการรุนแรงระดับสูงสุดหมอกล่าวไว้



 
นพ.ธนาคม เปรมประภา

ศัลยแพทย์หลอดเลือด

ประจำมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์


จากกรณีที่มีการออกหมายเรียก

เพื่อให้หลวงพ่อธัมมชโย

มารับทราบข้อกล่าวหาจาก DSI นั้น

สร้างความกังขาให้กับประชาชนเป็นจำนวนมาก

ว่ามีความชอบธรรม และละเมิดสิทธิผู้ป่วยหรือไม่?



เพราะว่าหลวงพ่อธัมมชโยยังไม่ได้มีฐานะเป็น

"จำเลย"

และทุกอย่างยังอยู่ในขั้นตอนกระบวนการไต่สวน
เมื่อทีมทนายยื่นเรื่องเพื่อขอเลื่อนการเข้าพบ
เนื่องจากติดปัญหาเรื่องสุขภาพ
แต่ DSI กลับออกแถลงการณ์ผ่านเอกสาร
แทนการออกมาแถลงด้วยตัวเอง
ในไม่กี่ชั่วโมงถัดมาว่า
จะขอศาลอนุมัติหมายจับในวันรุ่งขึ้น
(อังคารที่ 26 เมษายน 2559)

ความจริงเมื่อครั้งที่  DSI นำโดย
อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ
พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง และคณะ
ได้เคยมาเข้าพบหลวงพ่อธัมมชโย
เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2558
ท่านเคยแม้กระทั่ง..
เอามือไปจับตัวหลวงพ่อธัมมชโย
เปิดดูขา และแผลที่เกิดจากโรคเบาหวานเรื้อรัง
พร้อมกับเสียงอุทาน..แบบเกินคาด กันทั้งกลุ่ม!

  จนเกิดเป็นคำแถลงการณ์ในครั้งนั้นว่า  

     หลวงพ่อธัมมชโยท่านป่วยจริง!!    






เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงทำให้ประชาชนตั้งสงสัย
เรื่องความเป็น ธรรม หรือ อยุติธรรม
ของ DSI ผู้ที่ได้ชื่อว่ารักษากฎหมาย
ความยุติธรรม...ที่พึ่งได้! 
จริงหรือ ?
การรวบรัดตัดตอนออกหมายเรียก
ขอหมายจับอย่างเร่งด่วนภายในเวลา 24 ชั่วโมง
ทั้งที่หลวงพ่อธัมมชโยไม่มีทีท่าว่าจะหลบหนี
และการเลื่อนนัดสามารถทำได้ถึง 3 ครั้ง
ยังไม่นับรวมความผิดปกติในการสืบสวน
คดีนี้อีกหลายประการจึงมีการตั้งข้อสังเกตว่า..

     คดีนี้มีธงดำจากใคร?  

     และใคร?     

     มติขอหมายจับ แท้จริง

     เป็นมติของ DSI หรือของใครในม่านมืด?   

หลังจากนั้นได้มีการเปิดเผยภาพ
อาการป่วยของหลวงพ่อธัมมชโยผ่านสื่อต่างๆ
และมีการแชร์ออกไปผ่านสื่อโซเชียล
อย่างรวดเร็ว..ยิ่งกว่าพายุโซนร้อน
ซึ่งก่อนหน้านี้ภาพทั้งหมด!
ยังไม่เคยมีการเปิดเผยต่อสาธารณชนมาก่อน

หากไม่เกิดจากกรณีที่ DSI แถลง
กล่าวหาว่าพยานว่า อาการอาพาธนั้น
เป็นไปในลักษณะที่หลีกเลี่ยงกฎหมาย!
ทั้งๆ ที่อาการป่วยของหลวงพ่อธัมมชโย
DSI ได้เห็นก่อนใคร!!

แต่เมื่อมีการกุกระแสป่วยจอมปลอมขึ้นมา
ภาพนี้จึงได้ปรากฏต่อสายตา
และออกสู่สาธารณชนในที่สุด!

แน่นอนว่ามีการแสดงความคิดเห็นทางเฟสบุค
ไหลหลากจากสังคม ในหลายอารมณ์ความรู้สึก
แต่ที่น่าสนใจเป็นคือการแสดงความคิดเห็นจาก
นายแพทย์ท่านหนึ่งที่กล่าวถึง
อาการป่วยของหลวงพ่อธัมมชโยว่า..




กราบนมัสการหลวงพี่ 
และสำนักสื่อสารองค์กรวัดพระธรรมกายครับ 

ผมเป็นศัลยแพทย์หลอดเลือด

ประจำมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ครับ 

อาการของหลวงพ่อที่เห็น
เป็นอาการที่เรียกว่า 
chronic venous insufficiency 
ซึ่งโดยปกติเราแบ่งความรุนแรงเป็น 6 ระดับ 
ซึ่งจากภาพที่เห็นผมเชื่อว่าเป็นระดับ 6 ครับ 
ซึ่งเป็นระดับที่แย่ที่สุด! 

และดูจากขาที่บวมมากตลอดทั้งขานั้น 
คิดว่าเป็นจากมีหลอดเลือดดำอุดตัน 
ซึ่งผมเคยทราบมาว่าหลวงพ่อ
มีปัญหาเรื่องหลอดเลือดดำอุดตัน 
แต่ไม่ทราบจนกระทั่งได้เห็นภาพว่า
อาการรุนแรงมาก!! 


ในความเห็นของผมควรนอนพัก
ยกขาสูงกว่าหัวใจเพื่อลดอาการบวม 
หลีกเลี่ยงการนั่งห้อยเท้า 
เพราะจะทำให้อาการแย่ลงครับ 
โดยเฉพาะถ้าบวมมากอาจมีการติดเชื้อ
แทรกซ้อนด้วยได้.. 

จากลักษณะเท้าที่บวมแดงนั้น 
เชื่อว่าน่าจะมีการติดเชื้อร่วมด้วย 
ในผู้ป่วยซึ่งอายุมากและมีโรคประจำตัว
เป็นโรคเบาหวาน
จะเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่ายกว่าปกติครับ 
และเชื้อโรคอาจแพร่เข้าสู่กระแสเลือด
เป็นอันตรายถึงชีวิตได้ครับ 
ผมยินดีให้ความเห็นทั้งต่อ DSI และศาลครับ! 

นพ.ธนาคม เปรมประภา



เราทุกคนต่างรู้ว่าที่ไม่ไป..
ไม่ใช่เพราะจงใจขัดขืนไม่ให้ความร่วมมือ
แต่เพราะเรายึดถือความถูกต้อง!
ตามกฎหมายบ้านเมือง 
และจะไม่ยอมให้คดีนี้
กลายเป็นบรรทัดฐานความไม่ถูกต้อง
ของประเทศชาติต่อไป 
เพราะเราเชื่อมั่นว่า..
หนึ่งถูกยังดีกว่าล้านผิด 
แม้ต้องแลกด้วยชีวิต
เราก็ไม่ยอมก้มหัวให้ความไม่ถูกต้อง.


อีกกี่ร้อยปีก็ไม่เคยเปลี่ยน

มโนปณิธานในการบวช 

ของพระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) 



"มาบวชนี่อยากจะมีเวลาว่างมากๆ
สำหรับที่จะ ศึกษาพระธรรมคำสอน
ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้แตกฉาน
จนกระทั่งไปถึงที่สุดแห่งทุกข์

แล้วก็อันที่ 2 ก็อยากจะนำความรู้ต่างๆ
ที่ได้รับการถ่ายทอดจากครูบาอาจารย์
ไปแนะนำสั่งสอนชาวโลก
ให้ชาวโลกทั้งหลายนี่ได้เข้าถึงสัจธรรมภายใน
ได้เข้าถึงสิ่งที่มีอยู่ ได้เข้าถึงธรรมกาย
นี่เป็นเป้าหมายหลัก ๒ อย่าง


จึงทำให้มาบวชแล้วก็มาสร้างวัด
โดยชักชวนหมู่คณะให้มารวมกัน
มีหลวงพ่อทัตตะ เป็นต้น
และทีมงาน ได้ทุ่มเทชีวิตจิตใจเพื่อการนี้

เพราะฉะนั้น เรามีวัตถุประสงค์
สองอย่างนี้เท่านั้นแหละ
ดังนั้นข้อกล่าวหาอะไรต่างๆ
ที่เขาว่าใช้วัดเป็นเครื่องมือ
ในการแสวงหาทรัพย์มาเพื่อความร่ำรวย
ไม่ใช่ ไม่ใช่เป็นไปตามที่เขากล่าวหา
แต่ความจริงเป็นอย่างนี้!
 
เพราะฉะนั้นในปัจจุบันนี้นี่
ในเมื่อเราๆ ทั้งทีมนี่ได้ทุ่มเทชีวิตจิตใจ
ในการสร้างสิ่งนี้ขึ้นมาแล้ว
ก็ยังรักษาเป้าหมาย มโนปณิธานอย่างนี้ต่อไป
และมีความตั้งใจอย่างแรงกล้าว่า
จะทำงานต่อไป ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น
จนกว่าเป้าหมาย 2 อย่าง
จะบรรลุเป้าหมาย


คือ หลวงพ่อและทีมงาน
ได้ไปถึงที่สุดแห่งกองทุกข์
คือดับทุกข์ได้ ถึงที่สุดแห่งธรรม

และชาวโลกทุกๆ คนได้เข้าถึงพระธรรมกาย
เข้าถึงสันติสุขภายในโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ
ศาสนา และเผ่าพันธุ์




ติดตามข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมได้ที่ Link : คดีนี้มีธง!

เรียบเรียงโดย คนธรรมรำพัน
Cr. vedio clip จาก Fb ธรรมใดก็ไร้ค่า ถ้าไม่ทำ
Cr. ภาพจาก FB Dhanakom premprabha, เดลินิวส์,กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

author

This post was written by: Author Name

Your description comes here!

Get Free Email Updates to your Inbox!

4 ความคิดเห็น

กราบถวายกำลังใจให้หลวงพ่อธัมมชโยดว้ยความเคารพอย่างสูงเจ้าค่ะลูกขอไหพ่อหายไวๆเจ้าค่ะและดว้ยอนุภาพบุญทุกๆบุญที่ลูกได้ทำมาตลอดขอไหพ่อหายเป็นอัจจรรยย์ดว้ยเทอญเจ้าค่ะ

Reply

อนึโใทนาบุญกับคุณหมอ ที่ยืนหยัดสู้ เปิดเผยความจริง โดยมิเกรงอิทธิพลมืดใด ๆ
ขอให้หลวงพ่อธัมมชโยแข็งแรงและหายป่วยไวๆ

Reply

อนึโใทนาบุญกับคุณหมอ ที่ยืนหยัดสู้ เปิดเผยความจริง โดยมิเกรงอิทธิพลมืดใด ๆ
ขอให้หลวงพ่อธัมมชโยแข็งแรงและหายป่วยไวๆ

Reply

แสดงความคิดเห็น

CodeNirvana
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

โพสต์แนะนำ

กรณีธรรมกาย พลังมวลแห่งศรัทธา คุณค่าของความเชื่อ

. . เมื่อคน หรือพระทะเลาะกัน จะเป็นผู้แพ้ หรือผู้ชนะ ย่อมมีความอ่อนแอ ซุกซ่อนอยู่เสมอ แล้วแพ้หรือชนะจะมีค่าอะไร . .  . . กรณีธรรมกา...

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

รายการบล็อกของฉัน

Blogger templates

Video Of Day

About us

About

Posts

บทความที่ได้รับความนิยม

© Copyright วัดพระธรรมกาย UNSEEN !
Back To Top