การอธิษฐานเป็นการกำหนดจิตของเรา
ให้มุ่งหน้าไปทางที่ต้องการ
โดยอาศัยบุญนำทาง..
พระพุทธเจ้าเมื่อสมัยเป็นพระโพธิสัตว์เมื่อทำบุญ
ท่านก็อธิษฐานเรียกว่า "อธิษฐานบารมี "
คำถามที่ 2 เห็นเพื่อนมาวัดบอกว่า
ทำบุญแล้วต้องอธิษฐาน
นี่คือทำบุญหวังผลรึเปล่า ?
ถ้าทำบุญแล้วหวังผลจะได้บุญหรอคะ ?
เรื่องทำนองนี้ผมก็ฟังมาเยอะครับ
ใจจริงผมอยากรู้นะว่า ต้นตอมันมาจากไหน
ทำไมคนถึงคิดว่าใช่ แต่ถามไปถามมาก็มักจะเข้าทำนอง
“เขาเล่าว่า” เป็นส่วนใหญ่นะครับ
ตั้งแต่เด็กเวลาไปวัดทำบุญกับย่ากับยาย
ผมเห็นท่านอธิษฐานทุกครั้งนะครับ
คำว่า “นิพพานะ ปัจจะโย โหตุ” นี่ท่องได้ตั้งแต่เด็ก
เห็นคนเฒ่าคนแก่ก็ทำแบบนี้กัน
คือทำบุญอะไรก็พนมมือท่วมหัวอธิษฐาน
แล้วลงท้ายด้วยประโยคนี้ทุกที
มีตอนที่โตขึ้นมานี่ละครับ!
ที่ได้ยินคนสมัยนี้ตั้งคำถามแบบที่คุณถามมา
ไปดูกันครับ อ้างแบบทีเดียวจบเลยนะครับ
พระพุทธเจ้าของเรา สมัยเป็นพระโพธิสัตว์
ท่านทำบุญก็อธิษฐานนะครับ เรียกว่า “อธิษฐานบารมี”
เป็น 1 ใน 10 ของบารมี ที่พระโพธิสัตว์ต้องสร้างต้องทำ
ไม่ทำเป็นพระพุทธเจ้าไม่ได้
บางชาติท่านทำบุญด้วยเข็มด้วยด้าย หรือผ้าสักผืน
ท่านก็อธิษฐานว่า ขอให้ได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า
(สมัยนี้เขาคงว่าท่านค้ากำไรเกินควร 555)
ผมเล่าอย่างนี้ดีกว่า พระพุทธเจ้าเราเวลาท่านมองเรื่องอะไร
จะแยกแยะแจกแจงเป็นส่วนๆ ไปครับไม่ปนกัน
อย่างบุญกับบาป ก็แยกแยะ ทำบุญได้บุญ ทำบาปได้บาป
(บุญไปลดบาปไม่ได้ บาปก็ลดบุญไม่ได้มันแย่งกันให้ผลของมันเอง)
เมื่อเราทำความดี เช่น ให้ทาน รักษาศีล หรือทำภาวนา
กิเลสหุ้มใจลดลง "บุญก็เกิด" บุญเกิดทุกครั้งเมื่อทำความดี
(ยังไม่ต้องอธิษฐานบุญก็มาแล้ว)
คราวนี้ ถ้าหวังให้บุญส่งผลอย่างไร (คล้ายๆ เอาบุญไปใช้)
ก็ดูต่อไปว่า จิตที่หวังนั้นเกิดจาก “กุศล” หรือ “อกุศล”
อย่างตั้งใจดี อยากให้บุญนี้ส่งเสริมให้เกิดความดีงามกับชีวิต
ให้ชีวิตได้สร้างบุญต่อไป ให้...สารพัด
จนขอให้ได้ไปเป็นพระพุทธเจ้าองค์หนึ่งในอนาคต
อย่างนี้เกิดจากจิตที่เป็นกุศล มุ่งความหลุดพ้น...
บุญที่มีอยู่ก็จะทำหน้าที่ของมันไป ไม่ได้ลดไปไหน
แถมได้อธิษฐานบารมีเพิ่มมาด้วย (เดี๋ยวค่อยขยายครับ)
ตรงข้ามทำบุญเสร็จ บุญเกิดแล้วหวังร้ายๆ
เช่น เกลียดใคร ก็อยากให้คนนั้นพินาศย่อยยับ
หรือขอให้หล่อสวยใครเห็นให้หลงรักให้หมด 555
แบบนี้เกิดจากโมหะ คิดอย่างนี้บาปก็เกิดในใจ
(แม้ไม่มากมายอะไรก็ตาม)
บุญที่เกิดมาก่อน ก็ทำหน้าที่ของบุญไป
คือส่งเสริมให้ได้ในสิ่งที่ใจคิด
ส่วนบาปที่เกิดเพราะจิตคิดหวังในทางชั่ว
ก็ทำหน้าที่ของตัวไป คือไปเปิดช่องให้เราได้ทำชั่วในอนาคต
เป็นคนละส่วนกันมันแยกกันขนาดนั้นเลยครับ
ดังนั้นทำบุญหวังผล จะได้บุญหรือ...?
มันได้มาตั้งแต่แรกแล้วครับ ส่วนหวังไปทางไหนก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
อธิษฐานบารมีเป็นเหมือนแผนผังของชีวิตครับ
สร้างบ้านต้องมีแปลนฉันใด
ชีวิตที่ต้องเวียนว่ายตายเกิดกว่าจะหมดกิเลสได้
ต้องมีแผนผังชีวิตครับ
การอธิษฐานจึงเป็นการกำหนดจิตของเรา
ให้มุ่งหน้าไปทางที่ต้องการ โดยอาศัยบุญนี่แหละ
เป็นตัวแหวกทางไปให้ถึง
เหมือนเดินลุยป่า ก็มีมีดหวดต้นไม้ กิ่งไม้ ขวากหนาม ตามทางไป
ชีวิตเราเหมือนกัน กว่าจะไปถึงวันหมดกิเลส
เจออุปสรรคอีกเยอะ บุญนี่ละครับจะเป็นเหมือนมีด
คอยแก้ไขให้ ถ้าไม่อธิษฐานก็มั่วครับ
คนโบราณถึงสอนว่าจะอธิษฐานอะไร (ในทางดีนะครับ)
ก็อธิษฐานไปเถอะ! แต่อย่าลืมให้ได้บรรลุมรรคผลนิพพานด้วย
เหมือนเราทำงาน ได้เงินเดือนมา
ถ้าไม่กำหนดว่าจะใช้เงินไปทางไหน
เดี๋ยวมันก็ใช้สะเปะสะปะ หมดไปกับอะไรบ้างก็งงๆ
จำไม่ค่อยได้ แต่ถ้ามีแผน เช่น อยากได้บ้านสักหลัง
คราวนี้ครับ เงินเดือนที่ได้มา มันจะถูกเก็บเอาไว้
เพื่อซื้อบ้านเป็นสำคัญ
ทุกครั้งที่ได้เงินเดือนใจก็จะคิดถึงบ้าน และจะเกิดผังในใจ
มุ่งไปที่บ้านยิ่งนานวันใจที่อยากได้บ้านจะยิ่งมีกำลัง
เห็นอะไรอยากซื้อระหว่างนั้นก็จะตัดใจ
ยอมอดเปรี้ยวไว้กินหวาน (ถ้าไม่อธิษฐานไว้
ระหว่างทางอาจถูกอะไรมาล่อใจเป๋ได้เหมือนกัน
...เช่น ได้รถยนต์ ไม่ได้บ้านเป็นต้น)
จากนั้นเก็บเงินสะสมไปเรื่อยๆ เดือนเป็นปี
จากปีเป็นหลายปี จนมีเงินพอก็จะได้บ้านมาสมใจ
อธิษฐานมันดีอย่างนี้ ชีวิตขาดมันไม่ได้นะครับ
ขอโทษที ผมเขียนยาวอีกแล้วครับทนอ่านหน่อยละกันนะครับ
Cr.Neocitran
ยังมีความสงสัยที่น่าสนใจ และเชื่อว่าน่าจะ
เป็นความเข้าใจผิดของคนจำนวนไม่น้อยว่า
วัดธรรมกายสอนเรื่องเรี่ยไรอย่างไร?
หากบังคับคนมาทำบุญแล้วคนชวนได้บาปจริงไหม?
ติดตามตอนต่อไปในบล็อคหน้านะคะ
ติดตามกระทู้ของ Neocitran–Pantip
Link : http://pantip.com/profile/2932812
ให้มุ่งหน้าไปทางที่ต้องการ
โดยอาศัยบุญนำทาง..
พระพุทธเจ้าเมื่อสมัยเป็นพระโพธิสัตว์เมื่อทำบุญ
ท่านก็อธิษฐานเรียกว่า "อธิษฐานบารมี "
คำถามที่ 2 เห็นเพื่อนมาวัดบอกว่า
ทำบุญแล้วต้องอธิษฐาน
นี่คือทำบุญหวังผลรึเปล่า ?
ถ้าทำบุญแล้วหวังผลจะได้บุญหรอคะ ?
เรื่องทำนองนี้ผมก็ฟังมาเยอะครับ
ใจจริงผมอยากรู้นะว่า ต้นตอมันมาจากไหน
ทำไมคนถึงคิดว่าใช่ แต่ถามไปถามมาก็มักจะเข้าทำนอง
“เขาเล่าว่า” เป็นส่วนใหญ่นะครับ
ตั้งแต่เด็กเวลาไปวัดทำบุญกับย่ากับยาย
ผมเห็นท่านอธิษฐานทุกครั้งนะครับ
คำว่า “นิพพานะ ปัจจะโย โหตุ” นี่ท่องได้ตั้งแต่เด็ก
เห็นคนเฒ่าคนแก่ก็ทำแบบนี้กัน
คือทำบุญอะไรก็พนมมือท่วมหัวอธิษฐาน
แล้วลงท้ายด้วยประโยคนี้ทุกที
มีตอนที่โตขึ้นมานี่ละครับ!
ที่ได้ยินคนสมัยนี้ตั้งคำถามแบบที่คุณถามมา
ไปดูกันครับ อ้างแบบทีเดียวจบเลยนะครับ
พระพุทธเจ้าของเรา สมัยเป็นพระโพธิสัตว์
ท่านทำบุญก็อธิษฐานนะครับ เรียกว่า “อธิษฐานบารมี”
เป็น 1 ใน 10 ของบารมี ที่พระโพธิสัตว์ต้องสร้างต้องทำ
ไม่ทำเป็นพระพุทธเจ้าไม่ได้
บางชาติท่านทำบุญด้วยเข็มด้วยด้าย หรือผ้าสักผืน
ท่านก็อธิษฐานว่า ขอให้ได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า
(สมัยนี้เขาคงว่าท่านค้ากำไรเกินควร 555)
ผมเล่าอย่างนี้ดีกว่า พระพุทธเจ้าเราเวลาท่านมองเรื่องอะไร
จะแยกแยะแจกแจงเป็นส่วนๆ ไปครับไม่ปนกัน
อย่างบุญกับบาป ก็แยกแยะ ทำบุญได้บุญ ทำบาปได้บาป
(บุญไปลดบาปไม่ได้ บาปก็ลดบุญไม่ได้มันแย่งกันให้ผลของมันเอง)
เมื่อเราทำความดี เช่น ให้ทาน รักษาศีล หรือทำภาวนา
กิเลสหุ้มใจลดลง "บุญก็เกิด" บุญเกิดทุกครั้งเมื่อทำความดี
(ยังไม่ต้องอธิษฐานบุญก็มาแล้ว)
คราวนี้ ถ้าหวังให้บุญส่งผลอย่างไร (คล้ายๆ เอาบุญไปใช้)
ก็ดูต่อไปว่า จิตที่หวังนั้นเกิดจาก “กุศล” หรือ “อกุศล”
อย่างตั้งใจดี อยากให้บุญนี้ส่งเสริมให้เกิดความดีงามกับชีวิต
ให้ชีวิตได้สร้างบุญต่อไป ให้...สารพัด
จนขอให้ได้ไปเป็นพระพุทธเจ้าองค์หนึ่งในอนาคต
อย่างนี้เกิดจากจิตที่เป็นกุศล มุ่งความหลุดพ้น...
บุญที่มีอยู่ก็จะทำหน้าที่ของมันไป ไม่ได้ลดไปไหน
แถมได้อธิษฐานบารมีเพิ่มมาด้วย (เดี๋ยวค่อยขยายครับ)
ตรงข้ามทำบุญเสร็จ บุญเกิดแล้วหวังร้ายๆ
เช่น เกลียดใคร ก็อยากให้คนนั้นพินาศย่อยยับ
หรือขอให้หล่อสวยใครเห็นให้หลงรักให้หมด 555
แบบนี้เกิดจากโมหะ คิดอย่างนี้บาปก็เกิดในใจ
(แม้ไม่มากมายอะไรก็ตาม)
บุญที่เกิดมาก่อน ก็ทำหน้าที่ของบุญไป
คือส่งเสริมให้ได้ในสิ่งที่ใจคิด
ส่วนบาปที่เกิดเพราะจิตคิดหวังในทางชั่ว
ก็ทำหน้าที่ของตัวไป คือไปเปิดช่องให้เราได้ทำชั่วในอนาคต
เป็นคนละส่วนกันมันแยกกันขนาดนั้นเลยครับ
ดังนั้นทำบุญหวังผล จะได้บุญหรือ...?
มันได้มาตั้งแต่แรกแล้วครับ ส่วนหวังไปทางไหนก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
อธิษฐานบารมีเป็นเหมือนแผนผังของชีวิตครับ
สร้างบ้านต้องมีแปลนฉันใด
ชีวิตที่ต้องเวียนว่ายตายเกิดกว่าจะหมดกิเลสได้
ต้องมีแผนผังชีวิตครับ
การอธิษฐานจึงเป็นการกำหนดจิตของเรา
ให้มุ่งหน้าไปทางที่ต้องการ โดยอาศัยบุญนี่แหละ
เป็นตัวแหวกทางไปให้ถึง
เหมือนเดินลุยป่า ก็มีมีดหวดต้นไม้ กิ่งไม้ ขวากหนาม ตามทางไป
ชีวิตเราเหมือนกัน กว่าจะไปถึงวันหมดกิเลส
เจออุปสรรคอีกเยอะ บุญนี่ละครับจะเป็นเหมือนมีด
คอยแก้ไขให้ ถ้าไม่อธิษฐานก็มั่วครับ
คนโบราณถึงสอนว่าจะอธิษฐานอะไร (ในทางดีนะครับ)
ก็อธิษฐานไปเถอะ! แต่อย่าลืมให้ได้บรรลุมรรคผลนิพพานด้วย
เหมือนเราทำงาน ได้เงินเดือนมา
ถ้าไม่กำหนดว่าจะใช้เงินไปทางไหน
เดี๋ยวมันก็ใช้สะเปะสะปะ หมดไปกับอะไรบ้างก็งงๆ
จำไม่ค่อยได้ แต่ถ้ามีแผน เช่น อยากได้บ้านสักหลัง
คราวนี้ครับ เงินเดือนที่ได้มา มันจะถูกเก็บเอาไว้
เพื่อซื้อบ้านเป็นสำคัญ
ทุกครั้งที่ได้เงินเดือนใจก็จะคิดถึงบ้าน และจะเกิดผังในใจ
มุ่งไปที่บ้านยิ่งนานวันใจที่อยากได้บ้านจะยิ่งมีกำลัง
เห็นอะไรอยากซื้อระหว่างนั้นก็จะตัดใจ
ยอมอดเปรี้ยวไว้กินหวาน (ถ้าไม่อธิษฐานไว้
ระหว่างทางอาจถูกอะไรมาล่อใจเป๋ได้เหมือนกัน
...เช่น ได้รถยนต์ ไม่ได้บ้านเป็นต้น)
จากนั้นเก็บเงินสะสมไปเรื่อยๆ เดือนเป็นปี
จากปีเป็นหลายปี จนมีเงินพอก็จะได้บ้านมาสมใจ
อธิษฐานมันดีอย่างนี้ ชีวิตขาดมันไม่ได้นะครับ
ขอโทษที ผมเขียนยาวอีกแล้วครับทนอ่านหน่อยละกันนะครับ
Cr.Neocitran
ยังมีความสงสัยที่น่าสนใจ และเชื่อว่าน่าจะ
เป็นความเข้าใจผิดของคนจำนวนไม่น้อยว่า
วัดธรรมกายสอนเรื่องเรี่ยไรอย่างไร?
หากบังคับคนมาทำบุญแล้วคนชวนได้บาปจริงไหม?
ติดตามตอนต่อไปในบล็อคหน้านะคะ
ติดตามกระทู้ของ Neocitran–Pantip
Link : http://pantip.com/profile/2932812


